คำนวณค่างวดผ่อนรถ
คำนวณค่างวดผ่อนรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ใส่ราคารถ เงินดาวน์ ดอกเบี้ย และจำนวนงวด รู้ยอดผ่อนต่อเดือนทันที
เห็นค่างวด รู้ยอดจ่ายทั้งสัญญา
คำนวณจากดอกเบี้ยคงที่ พร้อมเทียบระยะผ่อนในหน้าเดียว
สรุปแผนผ่อนรถ
กรอกข้อมูลแล้วกด “คำนวณค่างวดของฉัน”
กรอกข้อมูลรถและข้อเสนอ แล้วดูค่างวด ยอดจ่ายทั้งหมด และเปรียบเทียบระยะผ่อน
ยอดจริงขึ้นกับสัญญาและการปัดเศษของไฟแนนซ์ ตรวจสอบว่าค่างวดในใบเสนอราคารวม VAT แล้วหรือยัง · อ่านเรื่องดอกเบี้ยจาก ธปท.

วิธีใช้เครื่องมือคำนวณค่างวดรถ
- เลือก หาค่างวดต่อเดือน หากมีอัตราดอกเบี้ย หรือ หาดอกเบี้ยจากค่างวด หากมีใบเสนอราคาจากไฟแนนซ์ สลับโหมดแล้วข้อมูลรถและเงินดาวน์จะยังอยู่
- กรอก ราคารถ ตามใบเสนอราคา และ เงินดาวน์ เป็นบาทหรือเปอร์เซ็นต์ อีกช่องจะคำนวณให้ สามารถกดปุ่มดาวน์ 0%, 10%, 20% หรือ 30% ได้
- เลือก ระยะเวลาผ่อน แล้วกรอก ดอกเบี้ยคงที่ต่อปี (% flat rate) หรือ ค่างวดที่ไฟแนนซ์เสนอ ตามโหมดที่เลือก ถ้าค่างวดที่กรอกรวม VAT แล้ว ให้ทำเครื่องหมายไว้ เครื่องมือจะถอด VAT ก่อนหาดอกเบี้ย
- กด คำนวณ หรือ Enter เพื่อดูค่างวด เงินดาวน์ ดอกเบี้ยรวม และยอดจ่ายทั้งหมด ถ้าแก้ข้อมูลต้องกดคำนวณอีกครั้งเพื่ออัปเดตผล
- ดู ตารางเทียบระยะผ่อน ซึ่งใช้อัตรา flat rate เดียวกันทุกระยะ หรือเปิด ตารางผ่อนชำระ ให้แสดงทุกงวด ตัวเลขในตารางเป็นยอดก่อน VAT
กด ลองตัวอย่าง เพื่อทดลองรถราคา 800,000 บาท ดาวน์ 20% ดอกเบี้ย 2.5% และผ่อน 60 เดือน กด ล้างข้อมูล เพื่อเริ่มใหม่ หรือ คัดลอกแผนผ่อนรถ เพื่อเก็บสรุปเป็นข้อความ
ใช้ได้ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ผ่อนแบบดอกเบี้ยคงที่
สูตรคำนวณค่างวดแบบ flat rate
ยอดจัด = ราคารถ − เงินดาวน์
ดอกเบี้ยรวม = ยอดจัด × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนปี
ค่างวด = (ยอดจัด + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนงวด
ถ้าผู้ให้สินเชื่อคิด VAT 7% กับค่างวด ให้นำค่างวดคูณ 1.07
อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (effective rate)
flat rate คิดดอกเบี้ยจากยอดจัดเต็มจำนวนทุกปี ทั้งที่เราผ่อนเงินต้นคืนไปเรื่อยๆ ต้นทุนจริงจึงสูงกว่าตัวเลขที่เห็น effective rate คืออัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกที่ให้ค่างวดเท่ากัน ใช้เทียบกับสินเชื่อประเภทอื่นได้ตรงกว่า
ตัวอย่างการคำนวณ
รถราคา 800,000 บาท ดาวน์ 20% ดอกเบี้ย flat rate 2.5% ต่อปี ผ่อน 60 งวด (5 ปี)
| รายการ | วิธีคิด | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| เงินดาวน์ | 800,000 × 20% | 160,000 |
| ยอดจัด | 800,000 − 160,000 | 640,000 |
| ดอกเบี้ยรวม | 640,000 × 2.5% × 5 ปี | 80,000 |
| ค่างวด | (640,000 + 80,000) ÷ 60 | 12,000 |
| ค่างวดรวม VAT 7% | 12,000 × 1.07 | 12,840 |
| รวมจ่ายทั้งหมด (ไม่รวม VAT) | 160,000 + 720,000 | 880,000 |
flat rate 2.5% ในตัวอย่างนี้เทียบเท่า effective rate ประมาณ 4.73% ต่อปี
ตารางผ่อนชำระเป็นการประมาณการแบ่งเงินต้นและดอกเบี้ยตามอัตราเทียบแบบลดต้นลดดอก ไม่ใช่ยอดปิดบัญชีก่อนกำหนด การปัดเศษและตัวเลขตามสัญญาอาจต่างจากเครื่องมือ
อ่านเพิ่มเติม: ดอกเบี้ยแบบเงินต้นคงที่ — ธนาคารแห่งประเทศไทย
คำถามที่พบบ่อย
ดอกเบี้ย flat rate กับ effective rate ต่างกันอย่างไร
flat rate คิดดอกเบี้ยจากยอดจัดเต็มจำนวนตลอดสัญญา แม้เงินต้นจะลดลงทุกงวด ส่วน effective rate คิดจากเงินต้นที่เหลือจริง จึงสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของสินเชื่อ ตัวเลข flat rate จึงดูต่ำกว่า effective rate เกือบครึ่ง
ค่างวดที่ไฟแนนซ์แจ้งรวม VAT แล้วหรือยัง
แล้วแต่ผู้ให้สินเชื่อ บางแห่งแจ้งค่างวดรวม VAT 7% แล้ว บางแห่งแจ้งก่อน VAT เครื่องมือนี้จึงแสดงทั้งสองแบบ ควรถามผู้ให้สินเชื่อให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา
ดาวน์มากหรือน้อยดีกว่ากัน
ดาวน์มากทำให้ยอดจัดน้อยลง ดอกเบี้ยรวมและค่างวดจึงลดลง และบางไฟแนนซ์ให้อัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเมื่อดาวน์สูง แต่ควรเหลือเงินสำรองไว้สำหรับค่าใช้จ่ายอื่นและเหตุฉุกเฉินด้วย
ผ่อนนานขึ้นคุ้มไหม
ผ่อนนานทำให้ค่างวดต่อเดือนต่ำลง แต่ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้นตามจำนวนปี เพราะ flat rate คิดดอกเบี้ยจากยอดจัดเต็มทุกปี ลองเปลี่ยนจำนวนงวดในเครื่องมือเพื่อเทียบดอกเบี้ยรวมได้
ค่างวดนี้รวมค่าใช้จ่ายอื่นไหม
ไม่รวม ค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ประกันภัยรถยนต์ ภาษีรถประจำปี ค่าจดทะเบียน และค่าธรรมเนียมของไฟแนนซ์ ต้องคิดเพิ่มเอง
